HomeCook

สอนทำโยเกิร์ต ...ง่ายมากก

posted on 01 Mar 2012 06:31 by raindrophill in HomeCook
วันนี้คุณแป้นจะสอนทำโยเกิร์ต ...
ง่ายมากก...ดีต่อสุขภาพ และ ไม่แพง
...
เราทำโยเกิร์ตกินเองมานานพอสมควรแล้ว
โยเกิร์ตเนี่ย ดีต่อสุขภาพ นะค่ะ แบททีเรียที่เป็นตัวเชื้อทำโยเกิร์ต ช่วยร่างกายย่อยอาหาร และ ช่วยในการควบคุม และ ลดน้ำหนักด้วยค่ะ
โยเกิร์ตนี่ นอกจากกินเป็นอาหารแล้ว มาปั่นในน้ำผลไม้ก็ได้ ใช่ผสมอบขนมเค้กก็ได้ด้วยละ
ที่นี่ เค้ากินโยเกิร์ตกันเป็นอาหารเช้ากลางวันเย็น หรือ กินกันเป็นขนมของว่าง ก็มี อย่างที่บ้านเนี่ย สมัยก่อนที่ยังไม่ได้ทำเอง ก็จะไปซื้อจากซุปเปอร์มาเก็ต มาตุนไว้ให้พอ ทั้งอาทิตย์ คุณเจนี่กินมากสุด อันเล็กๆ กระจึ๋งนึงก็ประมาณ 1 เหรียญ หรือ 30 บาท และ ถ้าเป็น กรีกโยเกิร์ต ก็แพงขึ้นไปอีก ประมาณ 45 บาทต่ออันได้ (ถ้าเป็นออร์แกนิคนะค่ะ ยิ่งแพงขึ้นไปอีก) กินไม่ทันหายอยาก ก็หมดแล้วอันเล็กๆอันนึง
ปะกะติ เราไม่ค่อยชอบโยเกิร์ตที่เค้าทำขายกันตามซุปเปอร์ แต่แล้ววันนึงใครคนนึงซื้อกรีกโยเกิร์ตมาให้ชิม ติดใจมากเพราะมันไม่เหลว และรสชาติหอม นมเนยอะย่อยมาก ก็เลยไปซื้อกินตามซุปเปอร์เอา แต่พอมานั่งคำนวณ ว่าอาทิตย์นึง เราจ่ายไปเท่าไหร่แค่ค่าโยเกิร์ตเท่านั้น ก็เลยคิดเอาว่า เอ..ทำเองซิ
นั้นแหละ หลังจากเริ่มทำอันแรก...ก็ไม่เคยซื้อโยเกิร์ตกินอีกแลย
โยเกิร์ตที่ทำเองนั้น อร่อยกว่า ที่เราว่าอร่อยแล้วนะจากซุปเปอร์ แถมเรายัง ควบคุมได้ว่า เราอยากได้แบบไหน แบบลดไขมัน...หรือไม่ลด แบบ ออแกนิค หรือไม่ ...
เอาละ สอนเลยละกันนะ Cool
++++
---
อุปกรณ์ที่ต้องมี
1. นมธรรมดาไม่ลดไขมัน 1-2 ลิตร มากกว่านั้น ก็ได้ถ้าจะทำกินกันทั้งบ้าน ทั้งอาทิตย์นะ
2. หม้อต้ม มีฝาปิด ไม่มีก็ไม่เป็นไร เอาจานปิดก็ได้
3. ตะก้อไม้ ไว้ใช้คน
4. เทอร์โมมิเตอร์ (อันนี้ ต้องมีนะ อืมม ไม่มีก็ได้ แต่อาจจะมีผลต่อโยเกิร์ตที่ออกมา)
5. โยเกิร์ต 1 ถ้วย (เล็ก กลาง ใหญ่ ก็แล้วแต่ปริมาณของนมทีจะใช้ทำ ถ้าลิตรนึงก็ถ้วยเล็กก็พอ จากซุปเปอร์มาเก็ต ต้องเป็นแบบ ไม่เติมรส รสธรรมชาติ สุดๆ เท่าที่หาได้ ) ถ้าหาแบบ ออแกนิคได้ยิ่งดีเลย เชื้อแบททีเรียมันมีอยุ่แล้วในโยเกิร์ต เอามาผสมกะนมอุ่นที่เราทำแล้วมันก็จะขยายตัว เป็นโยเกิร์ตขึ้นมาไงละ
-------------
ตั้งไฟ กลาง คนไปเรื่อยๆ เพื่อไม่ให้นมไหม้ก้นหมอ จนเทอร์โมมิเตอร์ ได้ 82-84 เซลเซียส แล้วปิดไฟ ยกลงจากเตา
หมายเหตุ..1. เทอร์โมมิเตอร์ที่เห็นในรูปไม่ตรง อย่าเอาตามรูป เอาตามที่เขียนไว้ข้างบนค่าา
                2. เหตุผลที่ต้องต้ม ก็เพื่อฆ่าเชื่อโรคแบททีเรียอื่นที่ไม่ต้องการ
                3. ถ้าไม่มีเทอร์โมมิเตอร์ และไม่อยากซื้อนะ ก็ยังทำได้ แต่เสี่ยงหน่อย วิธีสังเกตุ ก็คือนมจะขึ้นพองละเอียดๆ ก่อนจะเดือด เมื่อเห็นดังนั้น ก็ปิดไฟเลย อุณหภูมิก็จะได้ใกล้เคียง กะที่บอกไว้ข้างต้นค่ะ
               
----------
--- นมที่ยกขึ้นจากเตา ต้องเอามาพักให้เย็นลงจนถึง 40-43 องศา (ห้ามใส่ โยเกิร์ต ลงไปขณะที่นมยังร้อน จะฆ่าเชื้อโยเกิร์ตแบททีเรีย จะเห็นได้ชัดว่านมร้อนเกินไปจาก โยเกิร์ตจะไม่ละลายกับนม และ เป็นแตกตัวเป็นก้อนๆ ลอยขึ้นบนหน้า ...)คุณแป้นรู้ดีซิ เพราะ ทำพลาดมาแล้ว เพราะเราอารมณ์ร้อน ไม่เช็คเทอร์โมมิเตอร์ให้ดี ต้องทิ้งทั้งหมดเลย เสียดายของจะตาย Tongue out
แล้วนำโยเกิร์ตที่ซื้อมาจากซุปเปอร์ มาคนในนม คนให้เข้ากันอย่างดีจนเป็นน้ำเดียวกัน
----
...เอาฝาปิดไว้ สัก 8-12 ชั่วโมง ถ้าบ้านเราก็อุณหภูมิห้อง ประมาณ 30-36 องศา ทำกลางคืน ตื่นเช้ามากะได้แล้ว ถ้าหน้าหนาวต่ำกว่า 30องศา หรือ ทางเหนือหนาวๆ ก็เอาผ้าขนหนู เสื้อกันหนาว อะไรกะได้คลุมไว้เพื่อให้อุณหภูมิภายในหม้ออุ่น เชื้อจะได้ไม่ตาย และ ทำโยเกิร์ตเร็วๆ
--
 
ที่นี่มันหนาวมาก ก็ต้องคลุมด้วยผ้าห่ม อย่างที่เห็นเป็นกระเป๋าผ้าขนสัตว์ที่เราไม่ใช้แล้ว ก็ตัดหูออกเอามาทำถุงหุ้มหม้อโยเกิร์ตซาาา
 
---
--- หลังจาก 10 ชั่วโมง ตื่นเช้ามาก็มาเปิดหม้อดู ทาดาาาา ได้โยเกิร์ตเต็มหม้อเลยย
--
-- ใส่ภาชนะปิดฝาให้แน่นหนา แช่ตู้เย็นไว้สักพัก โยเกิร์ตจะแข็งตัวขึ้น ทำเสร็จใหม่ๆ ก็กินได้เลย แต่เราชอบกินเย็นๆ ก็จะใส่ตู้เย็นสักหน่อยแล้วค่อยกิน
รสชาติโยเกิร์ตทำเองเนี่ย จะเป็นรสเปรี้ยวฝาด ไม่ใช่เปรี้ยวเสียค่ะ เปรี้ยวเหมือนพุดซาบ้านเราอะค่ะ ไวตามินซีก็เยอะเช่นกันนนน
 
-----ถ้าอยากทำกรีกโยเกิร์ต ก็ทำตามต่อดังนี้ค่ะ
กรีกโยเกิร์ต ก็ทำเหมือนที่บอกไว้ข้างบ่นละค่ะ เปลี่ยนนิดหน่อย ก็คือ ผสม ครีม กะ นม ด้วยกัน (ก็แล้วแต่ใครอยากได้มันข้นแค่ไหน) ทำโยเกิร์ต แล้ว กรองด้วยผ้าขาวบาง ให้น้ำโยเกิร์ตใสๆ ออก เหลือแต่ที่โยเกิร์ตเนื้อข้นๆ
คุณแป้นก็ถ้าอยากได้แบบกรีก ก็เอาไปกรองผ้าขาวบางสัก 1 ชั่วโมง แต่ไม่ผสมครีมอะ เพราะ ต้องการลดไขมัน
ดูภาพข้างล่างค่าาา
--
--
+++
--กรีกโยเกิร์ต ..เนื้อจะคล้ายครีมชีส ค่ะ ผสมน้ำผึ้งหน่อย ทาขนมปังแครกเกอร์ ก็อร่อยนาาาา
 
ลืมบอกไปว่า เก็บโยเกิร์ตไว้ซัก 1 ถ้วยตวง ไว้เป็นเชื้อทำโยเกิร์ต ต่อไปได้อีกกน้าาาา
 
+++
อยากได้รสชาติหลากหลาย ก็ผสมแยมรสต่างๆลงไป คนให้เข้ากะเนื้อโยเกิร์ต
สำหรับเรานั้น เราผสมน้ำผึ้ง ราดหน้าผลไม้หั่นสด อย่าง สตรอแบรี่ บลูแบรี่ กล้วยหอม แอปเปิ้ล มะม่วงสุก ก็อร่อยหลายๆๆๆ แล้วจ้าา กินเป็นอาหารเช้าหรือ อาหารเย็น หรือ มื้อไหนกะได้ทั้งนั้น
+++
 
Foot in mouth อัพเสร็จสะที....
Homemade food is the best food...
+++
*วันนี้คุณ ดูแลร่างกายของคุณแค่ไหน*
วันนี้คุณแป้นจะมาสอนวิธีทำข้าวโอ๊ตอบกรอบจ้า กินกับนม เป็นอาหารเช้าแบบง่ายและเร็ว
กินเป็นมื้อไหนก็ได้นะ
--
ข้าวโอ๊ตเนี่ย มีประโยชน์กับร่างกาย หลายอย่างมากค่ะ
ช่วย
*ลดคอเรสเตอรอล
*ป้องกันโรคหัวใจล้มเหลว
*ลดความเสี่ยง ในโรคเบาหวาน
*เพื่มภูมิคุ้มกันโรค
   ฯลฯ
***
สูตรจ้า สำหรับทำข้าวโอ๊ตอบ ได้ 12 ถ้วยตวง
*
*ข้าวโอ็ตดิบ (Rolled Oat) 10ถ้วย         * มะพร้าวขูดแห้ง 1 ถ้วย
-------------
*เม็ดฟักทองแห้งแกะเปลือก หรือ เม็ดทานตะวันแกะตากแห้ง 1 ถ้วย
---
*เมล็ดมะม่วงหิมพานต์ หรือ ถั่วลิสง หรือ ถั่วแอลมอนด์ 1 ถ้วย
-----
*
*ละลายเนย 8 ออนซ์                      *ใส่น้ำตาลทรายแดงสีอ่อน กับ เกลือป่น 1/2 ช้อนชา
-------
*ใส่เนยละลายน้ำตาลทรายแดง ลงในชามผสมข้าวโอ๊ต
------
*คนส่วนผสมแห้งและเปียก ให้เข้ากันอย่างทั่วถึง
----------
*นำส่วนผสมใส่ในถาดอบ
-----
*อบในเตาอบด้วยอุณหภูมิ 300 F หลังจาก30 นาที ใช้ช้อนเขี่ยจากล่างขึ้นบนให้ทั่วถึง เอาเข้าเตาอบต่ออีก 15 นาที หรือจนเหลือง ออกน้ำตาล เอาออกจากเตาอบ ผึ่งให้เย็น
---
*
*เมื่อเย็นแล้วใส่ ขวดโหลปิดฝาให้แน่น จะเก็บได้ถึง 1 เดือน
----
*หั่นผลไม้ เช่น แอ๊ปเปิ้ล แพร์ กล้วยหอม หรือ แม้แต่ผลไม้แห้งที่หวานธรรมชาติ ใส่กับนม เป็นอาหารเช้าที่ง่ายและคุณค่าทางอาหารสูงมาก
----
Homecooked food is better food...
Enjoy cooking...
Cool

*

ถั่วอัลมอนด์เคลือบช็อคโคแล็ต..เป็นของขวัญปีใหม่แบบง่ายๆแต่มีความหมายดี เพราะทำเองจ้า
คุณแป้นทำถั่วเคลือบนี้ให้เป็นของกินเล่นกับแขกที่มากินเลี้ยงข้าวเย็นที่บ้านเมื่อวันก่อน และทำเผื่อไว้เป็นของแจกวันคริสมาสต์ ปีใหม่ให้กับเพื่อนบ้าน  คุณเจชอบทานมาก เดินผ่านขวดโหลใส่ถั่วทีไร เปิดกินทุกที
ทำง่ายๆไม่ยากเลยคะ
--------สูตรทำ--
ถั่วอัลมอนด์ หรือถั่วลิสง ประมาณ 1 กิโล
ช็อคโคแล็ตชิป หรือ แบบแท่ง ประมาณ 8 ออนซ์ หรือ 1/4 กิโล จะใช้ Milk chocolate(จะหวานที่สุด ช๊อคโคแล็ต20-25 เปอร์เซ็นต์) หรือ semi-sweet chocolate (หวานน้อยหน่อย เพราะมีส่วนผสมของช็อคโคแล็ต 40-45 เปอร์เซ็นต์) หรือbittersweet chocolate (ซ็อคโคแล็ต 60+ เปอร์เซ็นต์)
เกลือป่นนิดนึง
----------------------------------------
ละลายช็อคโคแล็ตในชาม วางบนหม้อต้มน้ำด้วยไฟอ่อน คนเป็นพักๆ จนละลายหมด ห้ามใช้ไฟแรง
อบถั่ว หรือ คั่วถั่ว จนสีออกน้ำตาลอ่อนหน่อยๆ
คลุกถั่วและช็อคโคแล็ตพอให้เข้ากัน แล้วเอามาแผ่บนถาดให้เย็น
----
*
*
*
*
*
*-----------
*ถั่วอัลมอนด์ที่ยังไม่ได้แกะ..ในช่วงนี้ของปี จะมีถั่วต่างๆ เช่น Hazelnut, Walnut, Brasilnut, Almond ที่ยังไม่แกะ ขายรวมกันเป็นถุงตามซุปเปอร์มาเก็ต เพราะเป็นของนิยมกินกันในครอบครัว แต่ต้องมีอุปกรณ์แกะถั่วที่เรียกว่า nutcracker ไม่งั้นแกะยากมาก
***
*
--------
Cool 

แกงเขียวหวานคนไกลบ้าน...

posted on 07 Dec 2010 08:09 by raindrophill in HomeCook
ก่อนอื่นต้องขอบคุณเพื่อนทุกคนที่แวะมาเยี่ยมอ่านโพสท์เมื่อวาน แต่เปิดลิงค์ได้บ้างไม่ได้บ้าง
ขออภัยในความไม่สะดวกนะจ๊ะ...
---
เรื่องของเรื่อง ก็คือคุณแป้นอยากกินแกงเขียวหวานมาหลายวันแล้ว (ไม่ทำสักที จนคุณเจรอ
จนเลิกหวังไปแล้ว วันนี้ดูดวงตามเน็ทว่า แกงวันนี้ จะได้รสดี เพราะพระจันทร์เป็นใจให้แกง 555)
 แกงเขียวหวานตามร้านที่นี่สีไม่เห็นเขียวเลยย
ออกขาวขุ่นละมากกว่า เรียกแกงขาวหวานจะเหมาะกว่า (ประชดเข้าไป เรียกแกงประชดดีมั้ย)
จะทำน้ำพริกแกงเอง ของก็ไม่สด กระทิสดเรอะ ลืมได้เลยค่ะ หาไม่ได้ ได้แต่กระป๋อง
ก็ต้องดัดแปลงเอา...Cry ให้ใกล้เคียงที่สุด เราก็เลยได้ไอเดียดังนี้จ้า
(เผื่อบางคนคิดจะทำแบบทางลัด หรือมาตกเครื่องบินแถวๆนี้ ก็ลองตำราของเราได้เลยจ๊ะ)
เริ่มต้นด้วยตามนี้เลยจ้า
---
---
ส่วนประกอบอาหาร
  • เครื่องแกงเขียวหวานสำเร็จรูป
  • กระทิกระป๋องธรรมดา 1 + หัวกระทิกระป๋อง 1
  • เนื้ออกไก่หั่น ครึ่งกิโล
  • พริกชี้ฟ้าขนาดกลาง 1
  • พริกเขียวฝรั่งขนาดกลาง 1 หรือแทนด้วย พริกชี้ฟ้าอีก 4-5 เม็ด
  • โหระพา มากน้อย ก็ตามแต่ชอบค่ะ
  • ตะไคร้สด 1ต้น
  • กระเทียมสด 8 กลีบ
  • น้ำปลา น้ำตาลทราย (เราชอบใช้น้ำตาลทรายออกน้ำตาลค่ะ เพราะผ่านการสารเคมีในการขัดสีน้อย)
  • มะนาวหน่อย ปรุงรสให้กลมกล่อม
  • ใบมะกูด
*
* เครื่องแกงสำเร็จตราแม่พลอย           *กระทิชาวเกาะ ทั้งหัวกระทิและธรรมดา
*
*ตำ กระเทียม+พริกชี้ฟ้า+พริกหยวกฝรั่ง+ตะไคร้ ...ตำพอละเอียด มากน้อยแล้วแต่ความชอบ
เราชอบหยาบๆหน่อย เพราะไม่อยากให้น้ำผักออกมามาก
*
*ผัด เครื่องปรุงที่ตำกับน้ำมันร้อน ใส่เครื่องแกงสำเร็จ4-5 ช้อนโต๊ะ ใส่เนื้อไก่ผัดพอสุกดิบ
*
*ใส่หัวกระทิ พอให้คลุกคลิก ผัดจนกระทิแตกมัน
*
*ใส่กระทิครึ่งนึง พอร้อนใกล้เดือดใส่ที่เหลือ กับมะเขือเปราะ กับ ใบมะกูด
(เราไม่ชอบแกงข้นๆ เพราะวันต่อมาจะยิ่งข้นไปอีก)
*หรี่ไฟกลาง (ตอนนี้เราใส่กุ้งด้วย เพราะ เราชอบกุ้ง แต่ คุณเจชอบไก่ ผสมไปเลยไม่ต้องทะเลาะกัน)

*ปิดฝา เคี่ยวไปสัก20 นาที ใส่โหระพา กับ พริกชี้ฟ้า ก็เรียบร้อย ตักกินได้ แต่เราว่า
วันพรุ่งนี้แกงมักจะอร่อยกว่าวันแรก ไม่รู้ทำไม อาจจะเป็นว่าเครื่องเข้าเนื้อก็ได้
 แล้วน้ำแกงก็จะข้นได้รสชาติกว่า
* อืมม..เจียวไข่สักหน่อย ครบเครื่องเลย

*ชอบใส่ ตะไคร้ หรือ ใบเตย เวลาหุงข้าวบางครั้งเพื่อความแปลกใหม่..
-------------------------------------------
เราไม่ใช่คนชำนาญอาหารไทย ไม่เหมือนอาหารฝรั่งเราจะถนัดกว่า
แต่ว่ารสชาติแกงเราพอใช้ได้อยู่ ดีกว่าไปซื้อเค้ากิน (ที่นี่)
สมกับชื่อ แกงเขียวหวานคนไกลบ้านค่ะ...Embarassed
***
Okonomiyaki หรือ Japanese Cabbage Pancake หรือ ขนมแป้งกระหล่ำปลี
ได้กิน Okonomiyaki ครั้งแรกเมื่อ ฮาน่า เพื่อนชาวญี่ปุ่นทำให้กินที่นี่ และได้กินที่ร้านดังสุดของเมืองเมื่อไปเยี่ยมฮาน่าที่ฮิโรชิม่าเมื่อหลายปีก่อน ต้นตำรับอาหารชนิดนี้เริ่มต้นที่เมืองฮิโรชิม่าและขยายไปทั่วประเทศญี่ปุ่น เรียกอีกชื่อว่า Hiroshima-yaki  แต่ละร้านก็จะมีสูตรเฉพาะตัวในการทำซอสของแต่ละที่ แต่สูตรหลักที่ใช้ทำจะทำจากลูกพลัม การกินตามแบบญี่ปุ่นจริงๆก็คือ กินที่เค้าท์เตอร์ติดกับเตาผัดเลย เตาผัดจะใหญ่ขนาดโต๊ะสี่เหลี่ยมผืนผ้าได้และเค้าท์เตอร์ก็จะสร้างด้วยสเตรนท์เลสส์สเติลล์สูงระดับเดียวกัน เมือผัดเสร็จก็เลื่อนอาหารมาไว้ตรงหน้าเราเลย อาหารก็จะยังคงความร้อนตลอดจนเรากินหมด (ร้อนมากค้า กินไปเป่าปากไปน้า ฮะ..ฮะ..ฮะ) แต่ได้รสชาติดีค่ะ
เมื่อไม่นานมานี้ ก้อเริ่มทำกินเองบ่อยขึ้น เพราะ ได้ไปกินตามร้านที่นี่แล้วไม่ได้อย่างใจCry
เป็นอาหารที่ทำง่ายมากก เร็ว และ ราคาไม่แพง แถมยังอร่อยอีก
---
สูตรว่าอย่างนี้ค่ะ*****
เริ่มต้นด้วย (กิน2คน)
  • กระหล่ำปลีหัวเล็ก ซอยให้บางๆครึ่งหัว แช่น้ำเย็น(ใส่น้ำแข็งลงไปก็ได้จะได้เย็นสะใจ)บีบมะนาวลงไปหน่อย แช่ไว้สักพัก เอาขึ้นมาให้สเด็ดน้ำ
  • ตีไข่ 3 ใบ+ซอยต้นหอมสักต้น + แป้งอเนกประสงค์ 1/3-1/2 ถ้วยตวง + แป้งข้าวเจ้า 2 ช้อนโต๊ะ(ถ้ามีติดบ้านนะ ไม่มีไม่ใส่ก็ได้) + เกลือนิด พริกไทยหน่อย แล้วแต่ชอบ + น้ำเย็นจัด 1/4 ถ้วย หรือพอให้ส่วนผสมไม่ข้น ในกะละมังใบกลาง ตีให้เข้ากันอย่างดี ถ้าข้นหรือเหลว ก็เติมแป้ง หรือ น้ำ ลงไปได้ คลุกกระหล่ำซอยลงไปในส่วนประสมข้างต้น คลุกพอให้ส่วนประสมแป้งเคลือบตัวผักให้ทั่ว ถ้ามีแป้งเกาะติดเหนียวแสดงว่าข้นเกินไป เติมน้ำลงไปนิด
  • กุ้งสด ไว้วางข้างหน้าตอนทอด
  • กระทะเหล็กตั้งไฟร้อนจัด น้ำมันเคลือบให้ทั่ว
  • น้ำจิ้มของญี่ปุ่นเรียกว่า Okonomi Sauce ถ้าหาได้ก็ดี แต่ถ้าไม่ได้ ใช้น้ำจิ้มไก่ หรือ น้ำจิ้มหอยทอดแทนก็ได้ค่ะ อร่อยไปอีกแบบ

---

--

---

Oishii desu ne!! Undecided 

---

Cooking should be fun...cooking is fun!!