จากตอนที่แล้ว ที่ว่า คุณแป้น พยายามมีลูกมาหลายเดือนก็ไม่มีสักที ทั้งที่เชื่อมั่งไม่เชื่อมั่งในเรื่องบนบานศาลกล่าวต่อสิงศักดิ์สิทธิ์ ก็ยังจุดธูปขอลูกจากเสด็จกรมหลวงชุมพร หรือ เสด็จพ่อ ที่เราและครอบครัวเคารพนับถือกันมาตั้งแต่บรรพบุรุษรุ่นปูรุ่นย่า ประมาณว่า ลองให้หมดทุกวิถีทาง ทำนองนั้น

เดือนต่อมา เราก็ตั้งท้อง  เป็นที่ฮือฮาในหมู่เพื่อนพ้อง และ ครอบครัว คุณแม่ของเราซึ่งเชื่อในเรื่องบนบาน มาก เชื่อเต็มหัวใจว่า เสด็จพ่อให้ลูก มาแน่นอน..  คุณแป้นก็ได้แต่หัวเราะแบบไม่ขัด ในใจว่า ใครให้มา หรือ เราได้เอง จะยังไงก็ตามเราท้อง แค่นั้นก็พอใจแล้ว

ตัวเราน่ะ ก็ยังเชื่อในทางว่า เป็นจังหวะจะพร้องต้องกัน ละมากกว่า  แต่ก็กึ่งมหัศจรรย์ใจไปกับเหตุการณ์ว่า อะไรจะช่างบังเอิญอย่างนี้

หลังจากไปตรวจให้แน่ใจที่คลีนิค ก้อเริ่มเตรียมตัวเตรียมใจ กับการตั้งครรภ์ เวลาผ่านไปได้สัก 3-4 อาทิตย์ คุณแป้นเริ่มตกเลือดเล็กน้อย ปรึกษาคุณหมอ เธอก็บอกว่า ไม่ต้องกังวล เป็นเรื่องธรรมดาในผู้หญิงหลายคนที่พึ่งตั้งครรภ์ว่า จะมีเลือดออกบ้าง เพราะ มดลูกกำลังปรับตัว ตัวไข่ก็กำลังพยายามที่จะเกาะผนังมดลูก ร่างกายก็จะกำจัด เลือดตกค้างตามผิวผนังมดลูก จากการมีประจำเดือนของเดือนก่อนๆ ( อืมม คุณแป้นอธิบาย มากไปปะเนี่ย ผู้อ่านหนุ่มๆ ทั้งหลายค่ะ)

ฟังคุณหมออธิบาย ก็น่าจะโล่งอก แต่ตัวเรากลับยังกังวล เพราะ ถามคนรอบตัว เค้าก็ไม่มีอาการกัน

จนกระทั่งกลางดึกของคืนวันนึง คุณแป้นปวดท้องมาก เข้าห้องน้ำ ก็พบว่า ตกเลือดเยอะ พร้อมทั้งมีก้อนเลือดติดออกมาด้วย (โห้ อันนี้เรท อาร์ เลยนะ)

ตกใจตระโกนเรียกคุณเจ หน้าซีดปากสั่น ทั้งสองคน ใจคุณแป้นนั้น ไม่ดีแล้ว ไม่อยู่กับเนื้อกับตัวแล้ว ความคิดแรกแว้บขึ้นมา ก็คือ แท้ง แท้งแล้วเรา...

โทรหาหมอประจำตัวเรา ในวันรุ่งขึ้น ผ่านการเจาะเลือด ทุกๆ 2 วัน รวมเป็นสามครั้ง เพื่อดูค่าฮอร์โมนว่า ขึ้นเป็นปกติหรือไม่ ด้วยว่า คุณแป้นยังท้องอ่อนมาก การตรวจด้วยอุลตร้าซาวน์เพื่อดูรูปนั้นทำไม่ได้ เพราะ ยังเล็กมากเกินกว่าที่อุลตร้าซาวน์จะจับภาพได้ ตามปกติเมื่อผู้หญิงเราตั้งครรภ์ค่าฮอร์โมนจะขึ้นสูงขึ้น เรียกว่า เท่าตัว ทุกๆ 2-3 วัน.  ไม่รู้ด้วยว่าเหตุผลใด ร่างการของเราไม่ผลิตฮอร์โมน ในระดับที่ควรเป็น ค่าฮอร์โมนก็ยังขึ้นอยู่แต่ว่าขึ้นน้อยลงทุกครั้งๆ ที่ตรวจเลือด

วันนึงได้รับโทรศัพท์จากหมอ บอกว่า ทำใจด้วยนะค่ะ ดูจากผลค่าฮอร์โมนแล้วเนี่ย คุณแท้งลูกค่ะ  ...บลา บลา บลา...คุณหมอพูดอะไรต่อจากนั้น คุณแป้นจำไม่ได้ ไม่สนใจ รู้แต่ว่า หมอสรุปว่า คุณแป้นแท้งลูก....คำปลอบประโลมใจ หรือ คำอธิบายอะไรๆ ก้อไม่มีความหมายอันใดในใจเราทั้งสิ้น

ประหนึ่งว่า เราฝันไปว่า..เราท้อง.. แล้วเราก็แท้ง ...บอกตัวเองว่า ตื่นได้แล้วมันเป็นแค่ความฝัน

เพียงแต่ว่าเราไม่ตื่นสักที..

สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่เพียงแต่ผ่านมาแล้วผ่านไป แล้วก็จางหายไปจากความทรงจำ

เป็นสิ่งที่ผ่านมา ผ่านไป แต่ช่างเหลือไว้มากมายในความทรงจำ และรอยแผลในใจไปตราบเท่าลมหายใจที่เรามีอยู่

คุณแป้นจำได้ว่า ในช่วงเวลาที่รอผลสรุปจากคุณหมออยู่นั้น บ่ายวันนึง เรานอนพักอยู่ที่โซฟาในห้องรับ แขก มองรูปเสด็จกรมหลวงชุมพร แล้วก็คิดในใจว่า เราบนขอท่านอีกทีดีมั้ยว่า ให้ลูกเราปลอดภัย  แต่อีกใจก็แย้งว่า ถ้าท่านให้ลูกเรามาจริง แล้วเรารักษาเค้าไม่ได้ มันก็เป็นบุญเป็นกรรมทำมากันแค่นี้ละกัน จะไปรบกวนท่านทำไมอีก  ด้วยความคิดมากมายหาเหตุผลให้กับสิ่งที่เกิดขึ้น เราก็คิดขึ้นมาอีกว่า ถ้าท่านให้มาจริง ถ้าเราไม่มีบุญรักษาเค้าได้ แล้วท่านจะให้เรามาทำไม  ความขัดแย้งมากมายเกิดขึ้นในสมองเราตอนนั้น  อีกความคิดนึง ก็ติงตัวเองว่าเรานี่ช่างคิดอะไร ไม่ดูเหตุดูผล  จริงๆแล้ว ก็อาจจะไม่เกี่ยวอะไรกะเสด็จท่านเลยก็ได้ จังหวะเราจะท้อง เราก็ท้อง  ร่างกายเราอายุมากแล้ว มดลูกไม่แข็งแรงลูกไม่ติด ก็เป็นเรื่องของชีวภาพ กายภาพ ก็เท่านั้นเอง

เมื่อหมอสรุปผลมาให้ว่า คุณแป้นแท้งลูก เป็นจังหวะก่อนที่เราจะเดินทางกลับมาเยี่ยมเมืองไทย เราก็กังวลว่า เราควรจะจัดการร่างกายเราให้พร้อมกับการเดินทาง เพราะ ผุ้หญิ่งเราเมื่อแท้งลูก ตามปกติ ร่างกายจะขับเลือดที่เหลือออกมาเป็นตามธรรมชาติ ช้าหรือเร็วเท่านั้น แต่ก็ไม่ได้เป็นเช่นนั้นทุกคน เพราะฉะนั้น เพื่อป้องกันเลือดตกข้างใน หมอทั่วไปจะแนะนำให้ ขูดมดลูก หรือ กินยาขับเลือดที่เหลือออกมา

คุณแป้นในช่วงนั้น ไม่อยากที่จะพูดคุยอะไรกับทางคลีนิค ก็ให้คุณเจ จัดการไป แต่ทางคุณหมอก็แนะนำว่า ถ้าเราอยากจะขูดหมอลูก ก็ต้องไปคุยกับ หมอสูติพิเศษที่ทำการผ่าตัดด้วย เพราะหมอสูติธรรมดาจะไม่ทำอะไรที่เกี่ยวกับการผ่าตัด 

คุณหมอที่คุณแป้นไปพบนั้น คือ คุณหมอ เอมิลี่ ซึ่งต่อมาได้เป็นหมอสูติประจำตัวคนใหม่ ก็เราไป

ครั้งแรกที่เราสองคนไปเจอ คุณหมอนั้น คุณแป้นถูกชะตามาก ประทับใจในตัวเธอที่สุด ก็ตัดสินใจไปว่า จะขูดมดลูกละกัน เพราะว่าอยากจะให้เสร็จเรื่องกันไป ก่อนไปเมืองไทย ไอ้การกินยาขับนั้น ออกจะเป็นขบวนการที่ เราต้องเห็นเลือดออกมาจากร่างกายเราอีก เหมือนย้ำเตือนคืนนั้นที่เราตกเลือด มันมากเกินไป

เรานัดขูดมดลูกวันพุธในอาทิตย์ต่อมา 

แล้วเราก็นึกขึ้นได้ว่า เรามีนัดทำอุลตร้าซาวน์ไว้ตั้งนานแล้ว ซึ่งเป็นวันจันทร์ ก่อนวันที่เรานัดขูดมดลูก เราส่งอีเมลล์ถามหมอประจำตัวซึ่งเป็นหมอสุติให้เราด้วย (คนเก่า) ว่า หมอคิดว่าเราควรจะ ไปทำอุลตร้าซาวน์ตามที่นัดไว้นานแล้วดีมั้ยถึงแม้ว่า เราจะแท้งก็ตาม

หมอเก่าเราก็ว่า ไม่มีความจำเป็นทางการแพทย์ใดที่เราต้องทำ ... คือข้อความอีเมลล์ที่เธอส่งกลับมาวันศุกร์ ของอาทิตย์นั้น (อืมม...ถ้าคุณแป้น ฟ้องร้องนะ อาจได้ค่าเสียหายมาส่งลูกเข้ามหาลัยได้...อย่าเลย บาปกรรมติดตามกันไปอีก)

ด้วยความที่ว่า จิตใจเรานั้น อยู่กับความเศร้าโศกเสียใจ การโทรไปยกเลิกอุลตร้าซาวน์ ก็ถูกลืม

เช้าวันจันทร์ คุณแป้นตื่นขึ้นมา นึกอะไรไม่รู้ในใจ บอกคุณเจ ไปว่า ไหนๆ เราก้อนัดอุลตร้าซาวน์ไว้แล้ว ก็ไปดูละกันเผื่อเราจะได้ว่าสภาพมดลูกเราหลังแท้งเนี่ย โอเคมั้ย  คุณเจใจจริงนะก็ไม่อยากให้ยกเลิกอยู่แล้ว แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร เพราะ คุณแป้นผ่านการเจาะเลือด ตรวจโน้นนี่มาเยอะเหลือเกิน ก็ไม่อยากให้เราต้องผ่านอะไรทำนองนี้อีก

ในห้องตรวจอุลตร้าซาวน์ ภาพแรกที่ขึ้น ก็คือ ภาพของรังไข่ (Egg Sac) พร้อมกับกับรูปเหมือน เม็ดถั่ว อยู่ข้างใน  แว้ปมาในใจก็คือ เอนั่นอะไรอะ เอหรือ เรามีเนื้องอก  สิ่งแรกที่ช่างเทคนิคเชี่ยนพูดก็คือ นี่ไง ตัวเอมบริโอ (เด็ก) อยู่ในรังไข่  ..คุณไม่แท้ง.... 

ไม่แท้งงง....ไม่แท้งงง....ไม่แท้งงง

อะไรกันนี่ เรายังไม่ตื่นจากความฝันอีกเหรอ ...ท้อง...แท้ง...ไม่แท้ง...อารมณ์เรานั้น ช่างปั่นป่วน แล้ว สมองไม่สามารถคิดตามทันกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นตรงหน้า

ความเย็นวูบ แล่นไปทั่วร่างกาย ในสมองเราคิดขึ้น ถ้าเราไม่มาอุลตร้าซาวน์วันนี้ ...แล้วเราไปขูดมดลูก หรือ กินยาขับเลือด... เราก็เหมือนทำแท้งไปโดยที่เราไม่รู้ตัว.. 

ประหนึ่งเหมือนว่า เราถึงทางสองแพร่ง ถ้าเราเลือกทางซ้ายเราก็จะเสียสิ่งที่เรารักที่สุดไป ถ้าเราเลือกทางขวา เราก็จะไม่เสียเค้าไป ... อะไรคือ แรงบันดาลใจให้เรา เลือกเส้นทางซ้าย หรือ ขวา ... เป็นความบังเอิญ ความโชคดี กระนั้นหรือ... หรือ พระท่าน สิ่งศักดิ์สิทธิ์ดลใจให้เราเลือก

สิ่งเหล่านี้ ใครพิสูจณ์ได้ ใครให้คำตอบ และเหตุผลได้ วิทยาศาสตร์ ให้คำอธิบาย ให้กับสิ่งที่เหนือคำอธิบายได้มั้ย

ความเชื่ออยู่ที่แต่ละบุคคล แล้วแต่จะพิจารณา

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น กับคุณแป้น ไม่ได้ทำให้เราเลิก วิถีทาง การมองเหตุและผล ทางวิทยาศาสคร์ แต่ทำให้เรา ได้เชื่อมั่นในเรื่อง บูญกรรม ทำมา และ พระคุ้มครอง มากขึ้น อย่างคุณเจ ทุกครั้งที่เรา ถวายดอกไม้ เสด็จในกรม ท่าน หรือ จุดธูปบูชา เธอก็ร่วมถวายความเคารพด้วยทุกครั้ง เราเคยถามเล่นๆ ว่า ขอพรท่านบ้างหรือเปล่า คุณเจ ก็ยิ้มๆ และ ก็บอกว่า ขอ แต่เป็นภาษาอังกฤษ  คุณแป้น ก็ตอบไปว่า ไม่มีปัญหา ท่านไปเรียนทหารเรื่อที่อังกฤษ ท่านพูดอังกฤษได้...Cool

....

“Coincidence is God's way of remaining anonymous.” 
― Albert EinsteinThe World as I See It

 

Comment

Comment:

Tweet

ยินดีด้วยฮะคุณแป้น...เรื่องบางอย่างก็อาจจะอยู่เหนือตรรกศาสตร์ ที่จะเอากระบวนทัศน์ใดใดมาอธิบาย
ศรัทธา...เป็นสิ่งงดงาม แค่ยืนบนความจริง
แฟนผมเคารพเสด็จเตี่ยมาก เพราะจบพานิชย์พระนครมา เธอบอกว่าเมื่อบางครั้งนึกถึงท่าน เรื่องดีๆ มักบังเกิด!!!
Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!
confused smile confused smile confused smile confused smile confused smile

#8 By Ruj Rattanapahu on 2012-11-23 21:08

รักษาสุขภาพนะคะ ระวังการเคลื่อนไหวต่างๆให้มาก

#7 By Fatty Aunt on 2012-11-23 10:46

Hot! Hot! Hot!

ตอนแรกใจหายเลยนะครับ..

และมันก็ผ่านไปแล้ว..

ยินดีด้วยนะครับ^^big smile big smile big smile
เรื่องนี้ บางทีก็อยากจะเชื่อ
บางทีก็ไม่อยากจะเชื่อเลย..............sad smile

#5 By Live a Live on 2012-11-20 14:11

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

ยินดีด้วยนะคะ ยินดีด้วยมากๆเลยคะbig smile big smile

#4 By YiM-YiiM on 2012-11-20 12:45

Hot! Hot! confused smile
ลูกคนเล็กตอนท้องเจ้ก็ตกเลือดเช่นกัน
หมอก็ฉีดยาห้ามเลือดให้

#3 By ปิยะ99 on 2012-11-20 10:07

เช้ามาเจอเรื่องดีๆแบบนี้ทำให้มีแรงต่อสู้กับการทำงานเลยค่ะ
อ่านแล้วขนลุก กับดีใจจนน้ำตารื้น
ยินดีและดีใจกับพีี่แป้นด้วยนะคะ
จากนี้ไปคงยิ่งต้องระวังตัวมากขึ้น  จะเดิน จะลุก จะนั่ง ยิ่งต้องระวัง
อีกกี่เดือนหนอเพรียวจึงจะได้เห็นหน้าหลาน
ขอให้พี่แป้นและคุณเจมีสุขภาพทั้งกายและใจแข็งแรง
ขอให้คุณหลานแข็งแรงปลอดภัย

หลังจากนี้คงต้องเตรียมตัวบำรุงร่างกายกันยกใหญ่
สู้ๆนะคะ เอาใจช่วยค่ะ confused smile
Hot! Hot! Hot!

#2 By พังเพรียว on 2012-11-20 08:30

ไม่มีคำบรรยายใดๆ
แต่ยินดีด้วยจริงๆ
ชอบคำคมของไอน์สไตน์
big smile big smile big smile Hot! Hot! Hot!

#1 By Nirankas on 2012-11-20 07:37