เมื่อเราเป็นเด็ก (2)

posted on 13 Nov 2010 01:02 by raindrophill in LifeInCMinor
---
--
 
เมื่อคุณแป้นเป็นเด็ก (ตอนนั้นยังอยู่ต่างจังหวัด )
แม่บอกว่า เป็นเด็กที่มีความคิดไม่ค่อยเหมือนใคร ยกตัวอย่างเช่น
ตอนอายุได้5 ขวบอยากเป็นช่างตัดผม วันนึงเมื่อแม่พาน้องไปธุระ
ไปเล่นอยู่บ้านเพื่อนข้างบ้านชื่อไก่  ไก่อายุน้อยกว่าคุณแป้นสักปีกว่า
 แม่บอกว่าไก่จะตามเราไปทุกแห่ง เรียกว่าเราเป็นหัวโจกได้ประมาณนั้น 
คุณแป้นอยากหัดตัดผม จึงให้ไก่นั่งให้เราตัดผม ไก่ก็ยอมไม่ว่าอะไร
เราก็เลยตัด จำไม่ได้ว่าตัดไปมากแค่ไหน แต่จำได้ว่า
วิ่งหนีกลับบ้านเมื่อพี่สาวของไก่มาเห็นเข้า  แม่รู้เข้าจะตี
แต่แม่ไก่เข้ามาห้ามบอกว่า **..ช่างมันเถอะเด็กมันเล่นกันและก็ไม่มีใครเจ็บอะไร
ผมเดี๋ยวมันก็ยาวอีก..**  จำได้หน่อยๆ ว่าเรากับไก่ มองหน้ากันแล้วก็ยิ้ม...
ไก่ดูไม่เดือดร้อนอะไรกับผมทรงหนูแทะ 
ความเป็นเพื่อนของเราสองคนแน่นแฟ้นนับจากวันนั้นมา
 
--ยิ่งเรื่องหาเงินนะ เก่งมากเลย...
ต่อมาเมื่ออายุุ 6 ปี อยากเป็นแม่ค้าขายของ 
ตอนนั้นที่โรงอาหารโรงเรียน จะขายขนมท็อฟฟี่กวน 4 อันบาท 
โรงงานทำท๊อฟฟี่และขนมกวนอยู่ติดบ้าน ขายส่ง 6 อันบาท
เลยบอกแม่ว่าอยากเอาไปขายที่โรงเรียน 5 อันบาทCry
ขายดิบขายดีค่ะ ตัดราคาแบบนี้ไม่ได้ดีได้งัย เพื่อนๆมาเข้าแถวซื้อเลยเวลาพักเที่ยงCool 
ทำอย่างนี้อยู่พอสมควร จนเพื่อนๆเริ่มทำมั้งแบบตัดราคาเรา
และมีของให้เลือกหลากหลายกว่า ก็เลยเลิกกิจการไป...
คุณแป้นไม่ค่อยเดือดร้อนอะไรที่ต้องเลิกด้วยละ เพราะเงินที่ได้ แม่เอาเข้าธนาคารหมด
ไม่ได้ใช้ส่วนตัว ก็เลยไม่ค่อยมีแรงกระตุ้นที่จะพัฒนาการตลาดของเรา 555
อีกทั้งตอนนั้นบ้าเล่นโดดหนังยางมาก คุณแป้นเป็นทีมอันดับหนึ่งนะค้า...
ปราบทีมอื่นหมดในชั้นเดียวกัน และบางครั้งทีมรุ่นพี่ด้วย ...ภูมิใจมากกกก
--
ต่อมาย้ายโรงเรียน เพราะมาอยู่กรุงเทพ ตอนป.6 เอาขนมมาขายอยู่พักนึง
โดยเพื่อนก๊อปปี้อีก โอเคไม่เป็นไร เก็บเงินได้พอสมควร
เห็นเพื่อนผู้ชายนั่งเล่นเกมกดเป็นประจำพักเที่ยง พักสิบ
ก็เลยไปขอเขาเล่นมั่ง โอ้โห้ติดเลยมันส์มาก เอาเงินเก็บไปซื้อเกมส์กดมาเล่นเอง
ต่อมาได้ไอเดียหาเงินเลยไปซื้อเกมส์กดให้เพื่อนเช่าเล่น (หลังจากเราเล่นจนสะใจแล้วนะ)
อันนี้เป็นธุรกิจดีมาก  แถมยังได้เพื่อนผู้ชายมาเป็นเพื่อนสนิทด้วยหลายคน
ได้มาเป็นแบบบอดี้การ์ดประมาณนั้น เราต่อมาให้เช่าเป็นรายวัน
โดยแบ่งรายได้ให้เพื่อนเราไปซื้อไอติม แลกกับเป็นคนคอยดูแลเกมกดของเรา
พร้อมกับเล่นฟรีบางครั้ง  ...เราตามคำสอนคุณปู่ที่บอกว่า
 ..เลี้ยงคนเลี้ยงให้อิ่ม เขาจะไม่ขโมย..
(กฎนี้ ใช้ได้ดีตอนนั้นนะ สมัยนี้ไม่รู้ยังใช้ได้หรือเปล่า แต่เราใช้กับลูกน้องที่บริษัทเรา
เลี้ยงกันทั้งพระเดชพระคุณ รักและซื่อสัตย์มาก ทั้งคนอเมริกันและญ่ี่ปุ่น
ถือว่าคำสอนคุณปู่เป็นคำสอนสากลนะคะ ) Cool
--
พอสอบเข้ามัธยม ก็รับจ้างทำรายงานให้เพื่อนบ้าง (ไม่ดี คะอย่าเอาเป็นตัวอย่างนะ)
ให้เพื่อนยืมเงินกินดอกเบี้ยบ้าง ตอนนั้นรองเท้ารีบอร์ค พูม่า ดัง เราไม่ซื้อใส่นะเพราะ
ที่บ้านห้ามใช้ของพวกนี้ ทำได้ซะพัก ก็ซาไปเพราะมาทำกิจกรรมนักเรียนเยอะ และเล่นกีฬาทีมโรงเรียนด้วย ก็เลยไม่ค่อยได้ทำมาหากินเท่าไหร่ 555 Smile
 --
พอเข้ามหาลัย ปิดเทอมฤดูร้อนปี1 และ 2 ก็ไปของานที่บริษัทของครอบครัวเพื่อนซี้ทำ เป็นผู้ช่วยทั่วไปที่แผนกการตลาด งานง่ายๆทั่วไปแล้วแต่เค้าจะเรียกใช้ ได้วันละ 50 บาท ภูมิใจมาก
 
ปี 3-4 เปิดแผงขายของกิ๊ฟชอป หน้ามหาลัยตอนเย็นขายดิบขายดี
ส่งตัวเองเรียน 2 ปีหลัง บวกกับออกมาเช่าบ้านหลังเล็กๆเอง ไม่อยู่หอแล้ว
ปีสุดท้ายให้แม่ด้วยเดือนละ 800 บาท ..Cool ... คุณแป้นทำเพื่อต้องการแสดงให้ผู้ใหญ่เห็นว่า เราเป็นผู้ใหญ่รับผิดชอบตัวเองได้ เราก็สามารถจะตัดสินใจชีวิตเราได้เช่นกัน...เพราะฉะนั้น ถ้าเราอยากจะซื้อพูม่ามาใส่ มันก็เงินเราเน้อ มาห้ามไม่ได้นะ..555...ภูมิใจในตัวเองดี.. 
---
เรามาคิดนะตอนนี้  ในชีวิตเป็นเด็ก อะไรทำให้เราตัดสินใจทำ ที่เราทำ 
อิทธิพลจากพ่อแม่สิ่งรอบข้าง อืมม..ไม่มีนะ พ่อแม่เราไม่เป็นอย่างเราเลย 
คุณแป้นประเภทนิสัยผิดพ่อผิดแม่ ผิดพี่ผิดน้อง 
(อิทธิพลหลังๆจะเป็นจากคุณปู่ใหญ่เมื่อมาอยู่บ้านสุขุมวิท)
 แล้วอะไรล่ะที่ทำให้เราคิดได้  คุณแป้นว่า มันมาจากสายเลือดที่สืบต่อมาจากบรรพบุรุษแน่ๆ
คุณชวดเป็นนคนชอบค้าขาย บวกกับ ความตั้งใจ ความคิดส่วนตัว ความรักดี ใฝ่ดี ของตัวเอง
ทำให้คิดถึง บทสนทนา กับ  โคลี่ลูกน้องที่ทำงานเมื่อวานเกี่ยวกับว่า  
คนหลายคนประพฤติตัวไม่ดีหรือไม่มีมรรยาทสังคม เราก็มักจะพูดไว้ก่อนเลยว่า
พ่อแม่ไม่สั่่งไม่สอน ...อาจจะจริงในจุดนึง
แต่เมื่อโตขึ้นเป็นผุ้ใหญ่แล้ว รู้ผิด รู้ถูก รู้ดี รู้ชอบ  
ควรที่จะแก้ไขได้ด้วยตัวเอง มาโทษพ่อแม่บรรพบุรุษไม่ได้แล้วนะ
คุณแป้นว่า เราทุกคนถ้ามีความตั้งใจมุ่งมั่นที่จะเปลี่ยน จะเป็น หรือ จะทำ เราทำได้...
----
When there is a will, there is a way... Sky is the limit...

Comment

Comment:

Tweet

เป็นเด็กเจ๋งๆ คนหนึ่งเลยทีเดียว..big smile

#9 By แอ้ on 2010-11-14 09:34

555 กลับมาตามคำเชิญ ให้มาสู้กันครับ

ผมก็ขายน้ำหน้าบ้านกับพี่สาวครับ ตอนปิดเทอมประถม

แล้วก็มีรับดอกไม้พลาสติกจากโรงงานมาทำ

ขายล๊อตเตอรี่ก็เคยนะครับ เฝ้าแผงให้แม่ ตอนนั้นอยู่มัธยมปลาย อายมาก กลัวเพื่อนเห็น เพราะตอนเข้าเตรียมไม่ค่อยกล้าทำอะไร อาย เพราะรู้สึก culture shock ที่ทำไมบ้านเพื่อนๆมีตังส์ บ้านเราไม่มีแบบเขา ตอนเรียนเตรียมไม่เคยให้แม่ไปประชุมผู้ปกครองครับ เพราะอายว่าเเม่เราไปรถเมล์ พอโตแล้วถึงเคยมาเล่าให้แม่ฟังเพื่อขอโทษ

สอนหนังสือด้วยนะ เอ๊ะ พุดไปแล้วนี่หว่า ยอมแพ้ก็ได้ 555 แต่ตอนที่ผมเฝ้าร้าน 4 ทุ่มถึงตี 2 ช่วงปิดเทอม ผมชอบบอกว่าช่วงนั้นแหละที่ทำให้สอบติดเตรียมเพราะตอนไม่มีลูกค้าก็ได้อ่าหนังสือครับ :)
พอคนอื่นว่าพ่อแม่ไม่สั่งสอน บางคนจะตอบกลับทันทีว่าสอนแล้วยะ แต่ไม่จำ ด้านได้อีกแน่ะ กรรม

#7 By Jantaja on 2010-11-13 21:21

ไล่เลียงตั้งแต่เด็กจนโตเลยค่ะ เป็นชีวิตที่มีรสชาดทีเดียวเลยค่ะ ชอบตอนช่วงที่บอกว่าขายกิฟชอบ..ในความคิดส่วนตัวนะคะ....เราว่าคนที่ทำแบบนี้ได้ขอยอมรับเลยค่ะว่า ใจสุดยอด...

(เพราะช่วงที่เราเป็น นศ.จะขี้อายค่ะ มีเพื่อนชวนไปขายดอกไม้งานรับปริญญา ก็ไม่กล้าไปขายกะเค้าค่ะ เขิน ไม่รู้เขินอะไร สงสัยเขินหนุ่มๆ 55++)big smile big smile big smile

โตมาเดี๋ยวนี้ไม่มีเขินแล้วค่ะ ความคิดเปลี่ยนไปแล้วbig smile big smile

#6 By Pat on 2010-11-13 15:51

ตอนผมเป็นเด็ก มี 2 กิจกรรมสุดจะขัดแย้งแต่ผมชอบมากๆ อย่าง เตะบอล กับอ่านหนังสือ การเรียนยังไม่สำคัญเท่าสองสิ่งนี้ 555+ จนมาค้นพบอีกสองอย่าง คือดูหนัง กับ เล่นดนตรี โอ้ ชีวิตไปกันใหญ่เลยคราวนี้

ทุกสิ่งอย่างที่เราทำ ผมว่ามันจะส่งผลต่อปัจจุบันครับ ทุกอย่างที่ว่ามาผมก็ยังทำอยู่จนถึงบัดนี้

แต่การเรียนสำคัญนะ 555+



แต่เมื่อโตขึ้นเป็นผุ้ใหญ่แล้ว รู้ผิด รู้ถูก รู้ดี รู้ชอบ (เห็นด้วยกับประโยคนี้ครับ )Hot!

#5 By keaaaa on 2010-11-13 13:43

น้องเก่งกว่าเจ้เยอะ
ไอ้ปล่อยเงินกู้งี้ เจ้ไม่เคยนะ
นอกนั้นทำเหมือนกันเดะ
ผิดกันเยอะ ตรงพ่อแม่เจ้จ้นจน เจ้เลยทำงานแต่เด็ก
และส่งตัวเองเรียน

น้องได้รับเชื้อแม่ค้าจากคุณชวดแน่นอน คอนเฟริม

confused smile Hot!

#4 By ปิยะ99 on 2010-11-13 12:51

Sky is the limit...

แต่ทำไมเหนือฟ้า ก็ยังมีฟ้า

ตอนเด็กๆของผม คงจะเหมือนเพลง 18 ฝนแบบนั้นเลย

#3 By Live a Live on 2010-11-13 08:21

ผมก็มีอารมณ์นี้นะครับ ตอนเด็กซื้อ สคส ใบเล็กๆ 50 สต ไปขาย 1 บาท
นั่งขายของ 4 ทุ่มถึงตี 2 ช่วงปิดเทอม
โตนิดเดินแจกใบปลิว
สอนหนังสือพิเศษ
แจกแบบสอบถาม ทำวิจัย (อันนี้ได้นาฬิกามาเรือนนึง เป็นโลหะเรือนแรกในชีวิต)
มีไรอีกน้อ จะเอามาแข่งกับคุณแป้นซะหน่อย
ไว้นึกก่อน ตอนนี้หัวตื้อ ง่วง 555
เป็นวัยเด็กที่น่าสนุกดีค่ะ
ชอบคำสอนของคุณปู่จัง Hot!

#1 By namtansign on 2010-11-13 01:14