เมื่อเราเป็นเด็ก (1)

posted on 09 Nov 2010 06:05 by raindrophill in LifeInCMinor
มาช่วงปีนี้ ที่เราเริ่มคิดถึงชีวิตตอนเด็กๆ ขึ้นมา ไม่รู้ทำไมหรือว่า เราอายุมากขึ้น แก่แล้วว่างั้นเถอะ
บวกกับอาจจะเป็นเพราะว่าไปอ่านบล้อคของเจ้ จากเขียนเรื่องต่างๆ และบล้อคของthe11th line 
ก็ได้ก็เลยทำให้นึกถึงบรรพบุรุษและชีวิตเด็กๆขึ้นมา เกิดแรงบันดาลใจที่จะเขียนขึ้นมาบ้าง
--
ที่บ้านคุณแป้นเป็นแบบสากลคละกับแบบไทยแท้ ทั้งที่คุณพ่อของคุณทวด มาจากเมืองจีน
แต่ความเป็นจีน ทั้งภาษาและวัฒนธรรม ไม่มีการรักษาถ่ายทอดกันถึงลูกหลาน
อาจจะเป็นเหตุผลมาจากว่า คุณทวดแต่งงานกับคุณชวดซึ่งอยู่ในราชสกุลเก่า แล้วคุณชวดก็ถูกบังคับให้เปลี่ยนชื่อเปลี่ยนเสียงและไม่ให้ติดต่อกับทางบ้านเพราะว่า มารักกับคุณทวดที่เป็นลูกคนจีน คุณปู่เล่าว่า คุณชวดประชดเลยเปลี่ยนชื่อเป็น **เปลี่ยน** Cool แม๋...คุณชวดเรานี่สะใจจริงๆ เสียดายจังที่เกิดไม่ทัน...
ถึงแม้ว่าตอนนั้น คุณทวดจะมีที่นาเป็นหมื่นไร่ให้เช่า ก็ยังเป็นที่รังเกียจของครอบครัวคุณชวด
คุณแป้นคิดนะว่าอาจจะเป็นปมนี้ก็ได้ ที่คุณทวดเลี้ยงลูกแบบไทยๆ
---
 ต่อมาคุณปู่ใหญ่ก็ได้มีโอกาสไปเรียนเมืองนอกเมืองนา ได้มารู้จักกับน้องชายของท่านหญิงย่า ซึ่งผลสุดท้ายก็ได้มาแต่งงานกับท่านหญิงย่าที่เป็นราชนิกูลชั้นสูงอีก เดาซิค่ะว่ายังไง แน่นอนค่ะโดนดูถูกอีกค่ะเพราะเป็นลูกคนจีน (แม้จะครึ่งจีน จีนก็คือจีน ในสายตาของพวกเขา...ฟังแล้วเหมือน นิยาย น้ำเน่าเลยเนอะ...ชีวิตเรานี่ก็นิยายน้ำเน่านีแหละ ต่างกันก็ตรงที่ว่า ในชีวิตจริงตอนสุดท้ายมักจะไม่ค่อยมีความสุข และก็ไม่ได้จบลงแค่ได้แต่งงานกัน) 
--
 ในสมัยก่อน ถ้าฝ่ายหญิงจากราชนิกูลมาแต่งงานกับคนสามัญ ต้องลาออกจากฐานันดรศักดิ์ค่ะ 
เรียกว่าเป็นการลงโทษนะคุณแป้นว่า ที่มารักกับคนสามัญชน...เฮ้อ คนเรา ไม่ว่าจะมาจากตระกูลไหน ก็คนเหมือนกัน ตัดสินกันที่การกระทำ การปฏิบัติตน ความนึกคิด ดีกว่า
---
เป็นผู้หญิงไทยสมัยก่อนนี้ลำบากกว่าสมัยนี้เยอะ  แต่ส่วนหนึ่งที่เราภูมิใจในสายเลือดเราก็คือ ความเข้มแข็ง เด็ดเดี่ยว และเป็นตัวของตัวเองของบรรพบุรุษฝ่ายหญิง ของเรา มากกว่า ว่าเราได้ไปเกี่ยวข้อง (กะจึ๋งนึง) กับพวกราชสกุลเก่าๆ ถ้าเป็นภาษาอังกฤษก็ว่าแบบนี้ whatever...I dont' care!..ประมาณนั้น
คุณปู่ เพราะว่าได้ไปเรียนเมืองนอก หรือยังไงก็ไม่รู้ ว่าเป็นปมไหนมาอีก อาจจะเป็นปมแบบปมด้อยที่เป็นลูกครึ่งจีน ก็เลย เลี้ยงลูกหลานแบบไทยแท้คละกับสากล คือให้การศึกษาแบบฝรั่งมังค่า แต่เลี้ยงแบบไทยแท้แต่โบราณแบบโหดๆนะค่ะ
ถ้าทำผิดโดนเฆี่ยนค่ะ ไม่ใช่ตี นะค่ะ..ไม่เหมือนกัน   มันขัดกันนะคุณแป้นว่า เราโตมาก็เลยเป็นแบบขัดๆอยู่ข้างใน เก็บกดๆ แบบประเภท อิสระภาพ สำคัญเหนือสิ่งอื่นใด
--
คุณแป้น ตอนเด็กๆนี่ อยู่บ้านต้องนุ่งผ้าซิ่นค่ะ เวลาเดินผ่านที่คุณปู่นั่ง ต้องเดินเข่าค่ะ เดินธรรมดาไม่ได้
จำได้ว่าคุณปู่จะให้วางหนังสือสองเล่มบนศรีษะแล้วเดินไม่ให้หนังสือหล่น เพื่อให้หัดเดินตัวตรง และ ไม่ลงส้น  พูดจาถ้าออกเสียง ร เรือ และ ล ลิง ไม่ชัดหรือ บอกความแตกต่างไม่ได้ หรือ ออกเสียงผิด โดนเลยค่ะ  เวอร์ใช่ม้า...แต่เป็นอย่างนี้จริงๆ  เวลาไหว้ก็ต้องไหว้ให้ถูกนะค่ะ ไม่ใช่สักแต่ไหว้ ไหว้พระ แบบนึง ไหว้พ่อแม่ปู่ย่าตายาย แบบนึง แล้วก็ไหว้ครูบาอาจารย์ก็อีกแบบนึง...ถูกหัดให้ถอนสายบัวด้วย (ทำไมเรียก ถอนสายบัว อืมม ใครรู้บ้าง ช่วยบอกหน่อยจ้า)
ไม่เคยได้ใช้เลยในชีวิตจริง นอกจากในวิชาจริยธรรม ได้คะแนนเต็มคะ เวลาสอบถอนสายบัว...
ก็แค่นั้นแหละ...ตอนนี้คิดว่าอย่างน้อยเรารู้สิ่งเหล่านี้...ไม่ได้ใช้..แต่ได้รู้
การรักษาความเป็นไทยนี้ คุณแป้นว่าเป็นสิ่งดีมาก แต่วิธีการสอนนี่ไม่ถูกต้อง ผิดนิด ผิดหน่อย โดนดุโดนตี ไม่มีการอธิบายใดๆ ทั้งสิ้น
---
แต่แปลกอย่างนึงนะค่ะ ว่า สิ่งที่คุณปู่จำจี้จำไช เรามาตั้งแต่เด็ก มันเหมือนโดนล้างสมองยังไง ไม่รู้ กลายเป็นสิ่งที่เราปฏิบัติและยึดถือ ไม่ว่าเราจะอยู่ที่ไหนในโลกนี้ ความเป็นไทย วัฒนธรรมไทย ก็ยังติดฝังแน่น แม้ว่าในช่วงเวลาหนึ่งในชีวิตจะพยายามที่จะลืม หรือละเลย หรือ ปรับตัวเองให้เป็นอเมริกัน หรือ ญี่ปุ่น เราก็ยังมีความเป็นหญิงไทยอยู่ในวิญญาณและจิตสำนึก  เลือดคุณย่ากับคุณชวดนี้แรงจริงๆ
---
วันหลังจะมาเล่าต่อคะ..

Comment

Comment:

Tweet

ที่บ้านก็เลี้ยงมาค่อนข้างเข้มงวด แต่ยังไม่ประมาณนี้ค่ะ
ถ้าจะมีการสอนกันต่อๆมาจนถึงรุ่นนี้บ้างคงจะดีไม่น้อยค่ะ

#7 By Jantaja on 2010-11-09 20:43

big smile

#6 By Lamoods on 2010-11-09 16:31

Hot!

เขียนดีครับ สมัยก่อนต่างจากสมัยนี้เยอะ

big smile

#5 By keaaaa on 2010-11-09 13:19

ดีจังครับ

ผมอิจฉาคนที่สามารถไล่ สาแหรก (ใช้คำนี้เปล่าหว่า) ขึ้นไปถึงต้นตระกูลได้ลึกๆจังครับ มันดูมีประวัติศาสตร์ที่มาที่ไปดีจัง

อ่านแล้วผมว่า ของคุณน่าจะมีอะไรสนุกกว่านี้อีกเยอะที่อาจจะเล่าไม่ได้ โดยเฉพาะช่วงที่ใกล้ๆ 2475

เมื่อวานที่คุณแวะไปอ่าน เกิดวังปารุสก์ เนี่ย ผมว่าถ้าคุณซื้อมาอ่านเนี่ย สนุกกว่าผมแน่ๆเลยครับ เพราะ คุณน่าจะมีข้อมูลอะไร ประกอบอีกเยอะเชียวครับ

เวลานึกภาพ เด็กผู้หญิงวางหนังสือบนหัวเดินเนี่ย นึกถึงละครในรั้วในวังของไทยจริงๆครับ แบบ สี่แผ่นดิน ไรเงี๊ยะครับ
อ่านแล้วคล้ายๆเราจะสมัยเดียวกันเลย อิอิ

โดนเข้มงวด และอยู่ในระเบียบวินัยกันมาแต่เด็กเช่นกันเลยค่ะ คงเพราะอย่างนี้รึเปล่าเราจะเห็นว่าเด็กสมัยใหม่ในตอนนี้แตกต่างจากเรามาก ทั้งบุคลิกภาพและวิธีคิดbig smile big smile

#3 By Pat on 2010-11-09 10:01

เล่าได้สนุกจ้า

Hot! confused smile

คนสมัยก่อน ไม่ว่าเชื้อสายอะไร เลี้ยงลูกโหด
พี่ ๆ เจ้ ถูกทำโทษ เฆี่ยนทุกคน พี่ชายหนีเที่ยว
โดนผูกติดต้นไม้ แล้วเฆี่ยน

มีเจ้คนเดียว ที่ไม่โดน เพราะ พ่อแม่แก่ชรา
หมดแรงเฆี่ยนเรา เจ้ลูกสุดท้อง อิอิ

#2 By ปิยะ99 on 2010-11-09 09:49

มีคนเค้าบอกว่า
สุขของเด็ก อยู่ที่เล่น
สุขของของวัยรุ่น อยู่ที่ความรัก
สุขของของวัยกลางคนอยู่ที่งาน
สุขของของวัยชรา อยู่ที่ความหลัง

ตอนนี้ถ้าคุยกับผม อาจจะคุยได้ก้อแค่เรื่องความรักก้อได้นะ อิอิ
ถ้าจะคุยกับคุณพี่ จะคุยเรื่องอะไรดีนะconfused smile

#1 By Live a Live on 2010-11-09 09:39