วันนี้คุณแป้นจะสอนทำโยเกิร์ต ...
ง่ายมากก...ดีต่อสุขภาพ และ ไม่แพง
...
เราทำโยเกิร์ตกินเองมานานพอสมควรแล้ว
โยเกิร์ตเนี่ย ดีต่อสุขภาพ นะค่ะ แบททีเรียที่เป็นตัวเชื้อทำโยเกิร์ต ช่วยร่างกายย่อยอาหาร และ ช่วยในการควบคุม และ ลดน้ำหนักด้วยค่ะ
โยเกิร์ตนี่ นอกจากกินเป็นอาหารแล้ว มาปั่นในน้ำผลไม้ก็ได้ ใช่ผสมอบขนมเค้กก็ได้ด้วยละ
ที่นี่ เค้ากินโยเกิร์ตกันเป็นอาหารเช้ากลางวันเย็น หรือ กินกันเป็นขนมของว่าง ก็มี อย่างที่บ้านเนี่ย สมัยก่อนที่ยังไม่ได้ทำเอง ก็จะไปซื้อจากซุปเปอร์มาเก็ต มาตุนไว้ให้พอ ทั้งอาทิตย์ คุณเจนี่กินมากสุด อันเล็กๆ กระจึ๋งนึงก็ประมาณ 1 เหรียญ หรือ 30 บาท และ ถ้าเป็น กรีกโยเกิร์ต ก็แพงขึ้นไปอีก ประมาณ 45 บาทต่ออันได้ (ถ้าเป็นออร์แกนิคนะค่ะ ยิ่งแพงขึ้นไปอีก) กินไม่ทันหายอยาก ก็หมดแล้วอันเล็กๆอันนึง
ปะกะติ เราไม่ค่อยชอบโยเกิร์ตที่เค้าทำขายกันตามซุปเปอร์ แต่แล้ววันนึงใครคนนึงซื้อกรีกโยเกิร์ตมาให้ชิม ติดใจมากเพราะมันไม่เหลว และรสชาติหอม นมเนยอะย่อยมาก ก็เลยไปซื้อกินตามซุปเปอร์เอา แต่พอมานั่งคำนวณ ว่าอาทิตย์นึง เราจ่ายไปเท่าไหร่แค่ค่าโยเกิร์ตเท่านั้น ก็เลยคิดเอาว่า เอ..ทำเองซิ
นั้นแหละ หลังจากเริ่มทำอันแรก...ก็ไม่เคยซื้อโยเกิร์ตกินอีกแลย
โยเกิร์ตที่ทำเองนั้น อร่อยกว่า ที่เราว่าอร่อยแล้วนะจากซุปเปอร์ แถมเรายัง ควบคุมได้ว่า เราอยากได้แบบไหน แบบลดไขมัน...หรือไม่ลด แบบ ออแกนิค หรือไม่ ...
เอาละ สอนเลยละกันนะ

++++
---
อุปกรณ์ที่ต้องมี
1. นมธรรมดาไม่ลดไขมัน 1-2 ลิตร มากกว่านั้น ก็ได้ถ้าจะทำกินกันทั้งบ้าน ทั้งอาทิตย์นะ
2. หม้อต้ม มีฝาปิด ไม่มีก็ไม่เป็นไร เอาจานปิดก็ได้
3. ตะก้อไม้ ไว้ใช้คน
4. เทอร์โมมิเตอร์ (อันนี้ ต้องมีนะ อืมม ไม่มีก็ได้ แต่อาจจะมีผลต่อโยเกิร์ตที่ออกมา)
5. โยเกิร์ต 1 ถ้วย (เล็ก กลาง ใหญ่ ก็แล้วแต่ปริมาณของนมทีจะใช้ทำ ถ้าลิตรนึงก็ถ้วยเล็กก็พอ จากซุปเปอร์มาเก็ต ต้องเป็นแบบ ไม่เติมรส รสธรรมชาติ สุดๆ เท่าที่หาได้ ) ถ้าหาแบบ ออแกนิคได้ยิ่งดีเลย เชื้อแบททีเรียมันมีอยุ่แล้วในโยเกิร์ต เอามาผสมกะนมอุ่นที่เราทำแล้วมันก็จะขยายตัว เป็นโยเกิร์ตขึ้นมาไงละ
-------------
ตั้งไฟ กลาง คนไปเรื่อยๆ เพื่อไม่ให้นมไหม้ก้นหมอ จนเทอร์โมมิเตอร์ ได้ 82-84 เซลเซียส แล้วปิดไฟ ยกลงจากเตา
หมายเหตุ..1. เทอร์โมมิเตอร์ที่เห็นในรูปไม่ตรง อย่าเอาตามรูป เอาตามที่เขียนไว้ข้างบนค่าา
2. เหตุผลที่ต้องต้ม ก็เพื่อฆ่าเชื่อโรคแบททีเรียอื่นที่ไม่ต้องการ
3. ถ้าไม่มีเทอร์โมมิเตอร์ และไม่อยากซื้อนะ ก็ยังทำได้ แต่เสี่ยงหน่อย วิธีสังเกตุ ก็คือนมจะขึ้นพองละเอียดๆ ก่อนจะเดือด เมื่อเห็นดังนั้น ก็ปิดไฟเลย อุณหภูมิก็จะได้ใกล้เคียง กะที่บอกไว้ข้างต้นค่ะ
----------
--- นมที่ยกขึ้นจากเตา
ต้องเอามาพักให้เย็นลงจนถึง 40-43 องศา (ห้ามใส่ โยเกิร์ต ลงไปขณะที่นมยังร้อน จะฆ่าเชื้อโยเกิร์ตแบททีเรีย จะเห็นได้ชัดว่านมร้อนเกินไปจาก โยเกิร์ตจะไม่ละลายกับนม และ เป็นแตกตัวเป็นก้อนๆ ลอยขึ้นบนหน้า ...)คุณแป้นรู้ดีซิ เพราะ ทำพลาดมาแล้ว เพราะเราอารมณ์ร้อน ไม่เช็คเทอร์โมมิเตอร์ให้ดี ต้องทิ้งทั้งหมดเลย เสียดายของจะตาย 
แล้วนำโยเกิร์ตที่ซื้อมาจากซุปเปอร์ มาคนในนม คนให้เข้ากันอย่างดีจนเป็นน้ำเดียวกัน
----
...เอาฝาปิดไว้ สัก 8-12 ชั่วโมง ถ้าบ้านเราก็อุณหภูมิห้อง ประมาณ 30-36 องศา ทำกลางคืน ตื่นเช้ามากะได้แล้ว ถ้าหน้าหนาวต่ำกว่า 30องศา หรือ ทางเหนือหนาวๆ ก็เอาผ้าขนหนู เสื้อกันหนาว อะไรกะได้คลุมไว้เพื่อให้อุณหภูมิภายในหม้ออุ่น เชื้อจะได้ไม่ตาย และ ทำโยเกิร์ตเร็วๆ
--
ที่นี่มันหนาวมาก ก็ต้องคลุมด้วยผ้าห่ม อย่างที่เห็นเป็นกระเป๋าผ้าขนสัตว์ที่เราไม่ใช้แล้ว ก็ตัดหูออกเอามาทำถุงหุ้มหม้อโยเกิร์ตซาาา
---
--- หลังจาก 10 ชั่วโมง ตื่นเช้ามาก็มาเปิดหม้อดู ทาดาาาา ได้โยเกิร์ตเต็มหม้อเลยย
--
-- ใส่ภาชนะปิดฝาให้แน่นหนา แช่ตู้เย็นไว้สักพัก โยเกิร์ตจะแข็งตัวขึ้น ทำเสร็จใหม่ๆ ก็กินได้เลย แต่เราชอบกินเย็นๆ ก็จะใส่ตู้เย็นสักหน่อยแล้วค่อยกิน
รสชาติโยเกิร์ตทำเองเนี่ย จะเป็นรสเปรี้ยวฝาด ไม่ใช่เปรี้ยวเสียค่ะ เปรี้ยวเหมือนพุดซาบ้านเราอะค่ะ ไวตามินซีก็เยอะเช่นกันนนน
-----ถ้าอยากทำกรีกโยเกิร์ต ก็ทำตามต่อดังนี้ค่ะ
กรีกโยเกิร์ต ก็ทำเหมือนที่บอกไว้ข้างบ่นละค่ะ เปลี่ยนนิดหน่อย ก็คือ ผสม ครีม กะ นม ด้วยกัน (ก็แล้วแต่ใครอยากได้มันข้นแค่ไหน) ทำโยเกิร์ต แล้ว กรองด้วยผ้าขาวบาง ให้น้ำโยเกิร์ตใสๆ ออก เหลือแต่ที่โยเกิร์ตเนื้อข้นๆ
คุณแป้นก็ถ้าอยากได้แบบกรีก ก็เอาไปกรองผ้าขาวบางสัก 1 ชั่วโมง แต่ไม่ผสมครีมอะ เพราะ ต้องการลดไขมัน
ดูภาพข้างล่างค่าาา
--
--
+++
--กรีกโยเกิร์ต ..เนื้อจะคล้ายครีมชีส ค่ะ ผสมน้ำผึ้งหน่อย ทาขนมปังแครกเกอร์ ก็อร่อยนาาาา
ลืมบอกไปว่า เก็บโยเกิร์ตไว้ซัก 1 ถ้วยตวง ไว้เป็นเชื้อทำโยเกิร์ต ต่อไปได้อีกกน้าาาา
+++
อยากได้รสชาติหลากหลาย ก็ผสมแยมรสต่างๆลงไป คนให้เข้ากะเนื้อโยเกิร์ต
สำหรับเรานั้น เราผสมน้ำผึ้ง ราดหน้าผลไม้หั่นสด อย่าง สตรอแบรี่ บลูแบรี่ กล้วยหอม แอปเปิ้ล มะม่วงสุก ก็อร่อยหลายๆๆๆ แล้วจ้าา กินเป็นอาหารเช้าหรือ อาหารเย็น หรือ มื้อไหนกะได้ทั้งนั้น
+++
อัพเสร็จสะที....
Homemade food is the best food...
+++